ระบบท่อที่มีอุณหภูมิปฏิบัติการ (Operating Temperature) สูงกว่าอุณหภูมิ บรรยากาศ(Ambient Temperature) จะทำให้ท่อ เกิดการขยายตัว ส่วนระบบท่อที่มี อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิ ambient จะทำให้ท่อเกิดการหดตัว ทั้งสองระบบนั้นไม่เพียงทำให้เกิด ปัญหา การขยายหรือหดตัวของระบบท่อ ยังจะทำให้เกิดปัญหาความเค้นในระบบท่ออีกด้วย ระบบท่อ จะพังเสียหายหรือไม่พังขึ้นอยู่กับความเค้นมีมากน้อยเพียงใด ถ้าค่าความเค้นที่เกิดขึ้นอยู่ในขอบ เขตที่ code จำกัดไว้ ระบบท่อก็คงอยู่ได้ แต่การวิเคราะห์หาค่าความเค้นในระบบท่อเพียงอย่าง เดียวยังไม่เพียงพอ วิศวกรระบบท่อ(Piping Engineer) จะต้องคำนวณหาแรงและโมเมนต์ ที่ กระทำ ณ จุดต่างๆ เช่น ที่จุดรองรับท่อ(pipe support ) ซึ่งจุดรองรับท่อ ที่เจอในงานท่อ ก็ได้แก่ line stop, guide หรือว่า จะเป็น nozzle ของอุปกรณ์ (Equipment) ก็ได้ แรงที่เกิดจาก ระบบท่อ จะต้องมีค่าไม่มากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะทำให้ โครงสร้างหรืออุปกรณ์ต่างๆ พังเสียหายได้
วิธีการคือเราจะนำค่าแรงและโมเมนต์ ที่คำนวณได้นี้มาเปรียบเทียบกับค่า Allowable Forces และ Moments โดยค่าแรงและโมเมนต์ที่คำนวณได้นั้นจะต้องไม่เกินค่า Allowable วิศวกรที่คำนวณความเค้นในระบบท่อ สามารถทราบค่า Allowable Load ได้จาก โรงงานผู้ผลิตอุปกรณ์นั้นๆ หรือได้จาก code ที่ใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ถ้าเป็น pump ก็อาจจะใช้ code API 610 ถ้าเป็น steam turbine ก็อาจใช้ code ของ NEMA SM23 แต่ถ้าเป็น Tank ขนาดใหญ่ ก็อาจใช้ code API650 เหล่านี้เป็นต้น จะใช้ code ไหน แต่ละโครงการ(project) ก็ไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปในงาน ออกแบบโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก ก็นิยมใช้ code ที่กล่าวมานี้ทั้งนั้น